จ้างที่ปรึกษา จัดทำโครงการพัฒนาระบบสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) โดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป

ประกาศจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
                 ที่ปรึกษาจะต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้                  ๑. มีความสามารถตามกฎหมาย                  ๒. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย                  ๓. ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ                  ๔. ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐไว้ชั่วคราวเนื่องจากเป็นผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ประกอบการตามระเบียบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดตามที่ประกาศเผยแพร่ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง                  ๕. ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานและได้แจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง ซึ่งรวมถึงนิติบุคคลที่ผู้ทิ้งงานเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ
ผู้จัดการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจในการดำเนินงานในกิจการของนิติบุคคลนั้นด้วย
                 ๖. มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้าง
และการบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
                 ๗. เป็นนิติบุคคลที่ประกอบอาชีพเป็นที่ปรึกษาในสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
และได้ขึ้นทะเบียนไว้กับศูนย์ข้อมูลที่ปรึกษา กระทรวงการคลัง
                 ๘. ไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับที่ปรึกษารายอื่นที่เข้ายื่นข้อเสนอให้แก่ การเคหะแห่งชาติ
ณ วันประกาศการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ในการจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปครั้งนี้
                 ๙. ไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกัน ซึ่งอาจปฏิเสธไม่ยอมขึ้นศาลไทย เว้นแต่รัฐบาลของที่ปรึกษาได้มีคำสั่งให้สละเอกสิทธิ์ความคุ้มกันเช่นว่านั้น                  ๑๐. ที่ปรึกษาที่ยื่นเสนอราคาในรูปแบบของ “กิจการร่วมค้า” ต้องมีคุณสมบัติดังนี้                        กรณีที่กิจการร่วมค้าไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ นิติบุคคลแต่ละนิติบุคคลที่เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารการจ้างที่ปรึกษา เว้นแต่ ในกรณีที่กิจการร่วมค้าได้มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษรกำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการเข้าเสนอราคากับหน่วยงานของรัฐ และแสดงหลักฐานดังกล่าวมาพร้อมการยื่นข้อเสนอจ้างที่ปรึกษาโดยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป กิจการร่วมค้านั้นสามารถใช้ผลงานของที่ปรึกษาของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของที่ปรึกษาของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอได้
                       กรณี
ที่กิจการร่วมค้าได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่ กิจการร่วมค้าจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศเชิญชวน และการเสนอราคาให้เสนอราคาในนาม “กิจการร่วมค้า” ส่วนคุณสมบัติด้านผลงานของที่ปรึกษา กิจการร่วมค้าดังกล่าวสามารถนำผลงานของที่ปรึกษา ของผู้เข้าร่วมค้ามาใช้แสดงเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่เข้าเสนอราคาได้
                       ทั้งนี้ “กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใหม่” หมายความว่า กิจการร่วมค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

                 ๑๑. ที่ปรึกษาต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ ดังนี้
                       ๑.  กรณีที่ปรึกษาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งได้จดทะเบียน
เกินกว่า ๑ ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบ
แสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ งบแสดง
ฐานะการเงิน ๑ ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ หมายถึง งบแสดงฐานะการเงินย้อนไปก่อนวันที่หน่วยงานของรัฐ
กำหนดให้เป็นวันยื่นข้อเสนอ ๑ ปีปฏิทิน เว้นแต่กรณีนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หากวันยื่นข้อเสนอ
เป็นช่วงระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดให้นิติบุคคลยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ซึ่งจะอยูในช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม ของทุกปี โดยนิติบุคคลที่เป็นผู้ยื่นข้อเสนอนั้นยังอยู่ในช่วงของ
การยื่นงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ ช่วงเดือนมกราคม – เดือนพฤษภาคม กรณีนี้ให้สามารถยื่นงบแสดงฐานะการเงินย้อนไปอีก ๑ ปี ได้
                       ๒.  กรณีที่ปรึกษาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือกรณีที่ปรึกษาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยังไม่มี
การรายงานงบแสดงฐานะการเงิน ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียน โดยที่ปรึกษาจะต้องมี
ทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านบาท
                       ๓.  สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป กรณีที่ปรึกษาเป็น
บุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน ๙๐ วันก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝาก
คงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่า
ดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
                       ๔.  กรณีที่ที่ปรึกษาไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียน หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ สามารถดำเนินการได้ดังนี้
                            (๑)  กรณีที่ปรึกษาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือบุคคลธรรมดาที่ถือ
สัญชาติไทย ที่ปรึกษาสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศ
ของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณา
จากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจ
จากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ที่ปรึกษา นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
                            (๒)  กรณีที่ปรึกษาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา
ที่มิได้ถือสัญชาติไทย ที่ปรึกษาสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ ๑ ใน ๔ ของมูลค่างบประมาณ
ของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง จะเป็นสินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศ หรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์ และประกอบธุรกิจค้ำประกัน
ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ
หรือเป็นสินเชื่อที่ธนาคารต่างประเทศหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้ำประกันตามประกาศของธนาคารกลางต่างประเทศนั้น ตามรายชื่อบริษัทที่ธนาคารกลางต่างประเทศนั้นแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรอง หรือที่สำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ที่ปรึกษา นับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน ๙๐ วัน
                       ๕.  กรณีที่ปรึกษาเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ หรือบุคคลธรรมดา
ที่มิได้ถือสัญชาติไทยตามข้อ ๒ ข้อ ๓ และข้อ ๔ (๒) มูลค่าจะต้องเป็นไปตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามประกาศ
ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ในช่วงระหว่างวันที่เผยแพร่ประกาศและเอกสารจ้างที่ปรึกษาในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e – GP) จนถึงวันเสนอราคา
                       ทั้งนี้ ที่ปรึกษาจะต้องยื่นเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าสุทธิของกิจการแล้วแต่กรณี ประกอบกับเอกสารดังกล่าวจะต้องผ่านการรับรองตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. ๒๕๓๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนด โดยจะต้องยื่นเอกสารดังกล่าวในวันยื่นข้อเสนอ หากที่ปรึกษามิได้มี
การยื่นเอกสารดังกล่าวมาพร้อมกับการยื่นข้อเสนอให้ถือว่าที่ปรึกษารายนั้นยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไข
ที่กำหนดไว้ในเอกสารจ้างที่ปรึกษา
                       ๖.  กรณีตาม ข้อ ๑ – ข้อ ๕ ไม่ใช้บังคับกรณีดังต่อไปนี้
                            (๖.๑)  กรณีที่ที่ปรึกษาเป็นหน่วยงานของรัฐภายในประเทศ
                            (๖.๒)  นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม
                            (๖.๓)  งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว
และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐที่ได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ
                            (๖.๔)  การจัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๕๖ วรรคหนึ่ง (๒) (ข) และ (ค) แห่งพระราชบัญญัติ
การจัดซื้อจัดจ้างฯ
                            (๖.๕)  การซื้ออสังหาริมทรัพย์และการเช่าอสังหาริมทรัพย์
                            (๖.๖)  กรณีงานจ้างบริการหรืองานจ้างเหมาบริการกับบุคคลธรรมดา เช่น จ้างพนักงานขับรถ ครูชาวต่างชาติ พนักงานเก็บขยะ พนักงานบันทึกข้อมูล เป็นต้น

                 ๑๒. ที่ปรึกษาต้องมีผลงานด้านการจัดทำโครงการสถาปัตยกรรมองค์กร หรือโครงการจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือแผนพัฒนาดิจิทัลในระยะยาว หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ที่เชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมองค์กร หรืองานจ้างอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานจ้างนี้ จากหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่ การเคหะแห่งชาติ เชื่อถือ โดยมีวงเงินของผลงานในสัญญาเดียว
ไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท (สี่แสนบาทถ้วน) และต้องเป็นผลงานที่แล้วเสร็จย้อนหลังไม่เกิน ๕ ปี นับถึงวันที่ยื่น
ข้อเสนอ พร้อมต้องยื่นหลักฐาน คือ สำเนาสัญญาและหนังสือรับรองผลงาน มาพร้อมกับข้อเสนอด้วย ทั้งนี้
การเคหะแห่งชาติ ขอสงวนสิทธิ์การตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว

                 ๑๓. ที่ปรึกษาต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการจัดทำสถาปัตยกรรมองค์กร อย่างน้อยดังนี้
                       (๑)  ผู้จัดการโครงการ จำนวน ๑ ท่าน ต้องมีประสบการณ์ทำงานด้านการให้คำปรึกษา
ในการพัฒนาจัดทำโครงการพัฒนาระบบสถาปัตยกรรมองค์กร (EA) เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโทมาแล้วมากกว่า ๑๑ ปี ในสาขาวิศวกรรมศาสตร์ หรือสาขาวิทยาศาสตร์ หรือสาขาด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
                       (๒)  ผู้เชี่ยวชาญด้านกระบวนการ (Business Analyst) จำนวน ๑ ท่าน จบการศึกษา
ระดับปริญญาโทมาแล้วมากกว่า ๖ ปี สาขาด้านบริหารธุรกิจ สาขาเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
มีประสบการณ์ทำงานด้านการเงิน การบัญชี หรือที่เกี่ยวข้องกับงานจ้างนี้ ไม่น้อยกว่า ๕ ปี

                       (๓)  ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (System Analyst) จำนวน ๑ ท่าน จบการศึกษา
ระดับปริญญาโทมาแล้วมากกว่า ๖ ปี สาขาด้านคอมพิวเตอร์ หรือสาขาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า ๕ ปี
                       (๔)  
เลขานุการโครงการ จำนวน ๑ ท่าน จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีประสบการณ์ทำงานไม่น้อยกว่า ๒ ปี
                       ทั้งนี้ ข้อมูลของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งบุคลากรที่นำเสนอจะต้องมาร่วมในการปฏิบัติ
งานจริง และจะเปลี่ยนแปลงบุคลากรหลักที่รับผิดชอบงานภายใต้สัญญาของโครงการนี้ ไม่สามารถกระทำได้ เว้นแต่
มีเหตุผลอันสมควร โดยต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงบุคลากรดังกล่าวให้การเคหะแห่งชาติทราบเป็นลายลักษณ์อักษร และเห็นชอบ โดยผู้ที่จะเข้าทำงานแทนจะต้องมีคุณสมบัติเทียบเท่าหรือสูงกว่าคุณสมบัติของบุคลากรในเบื้องต้น
และจะนำมาเป็นเหตุในความล่าช้าของงาน รวมทั้งคิดค่าใช่จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆ จาก การเคหะแห่งชาติ มิได้

 

                 ผู้สนใจสามารถติดต่อขอรับเอกสารรายละเอียดการจ้างที่ปรึกษาได้ที่ กองพัสดุและจัดหา ฝ่ายพัสดุและบริการโครงการก่อสร้าง อาคาร ๒ ชั้น ๑ สำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ เลขที่ ๙๐๕ ถนนนวมินทร์ ซอยนวมินทร์ ๑๐ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐ ระหว่างวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๙ ถึงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๙ ดูรายละเอียดได้ที่ www.gprocurement.go.th หรือเว็บไซต์ www.nha.co.th หรือสอบถามทางโทรศัพท์หมายเลข ๐ ๒๓๕๑ ๗๓๙๖ , ๐ ๒๓๕๑ ๖๐๑๗ ในวันและเวลาราชการ                  กำหนดยื่นข้อเสนอ ในวันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๙ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ณ กองพัสดุและจัดหา ฝ่ายพัสดุและบริการโครงการก่อสร้าง อาคาร ๒ ชั้น ๑ สำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ เลขที่ ๙๐๕ ถนนนวมินทร์ ซอยนวมินทร์ ๑๐ แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
 
              ประกาศ ณ วันที่  ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๙
 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *